ประกาศ

ชื่อกระทู้: เรื่องเหล็ก เหล็ก .... ที่เหมือนจะไม่เด็ก เด็ก โดย มารกิ

  1. #1 เรื่องเหล็ก เหล็ก .... ที่เหมือนจะไม่เด็ก เด็ก โดย มารกิ 
    ความเดิม
    จากกระทู้นี้ http://thaiblades.com/showthread.php...9%E0%B9%88-Duo

    โดย ดร.โอ๊ต ช่างชุดของเก่า ...
    http://webcache.googleusercontent.co...w.google.co.th

    ขอเรียบเรียงใหม่ให้อ่านได้สบายๆ ซักหน่อย ...
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  2. #2  
    มารกิ 10-08-2010

    เรื่องเหล็กกะการทำเป็นมีด ฟังมานาน ฟังมาตั้งกะนั่งอ้าปากหวอฟัง พยักหน้าหงึก หงึก จนพอจะรู้ได้เอง (คือหมายความว่าค้นคว้าหาความรู้เอาเอง) ...
    จนเอียนไปข้างนึง

    นานมากหลายทศวรรษผ่านมา คนก็ยังไม่เลิกพูดกันแบบเดิมๆ เพียงแค่เปลี่ยนเหล็กที่พูดถึงแค่นั้น เรื่องราวก็ยังคงมองมุมเดิมๆ ทั้งๆที่ทุกวันนี้โลกแคบลงมากมายด้วยไอ้อินเตอร์เนทน ี่ ถ้าอยากจะหาความรู้กันจริงๆจังๆก็แค่เอาสมองคิดแล้วเ อานิ้วจิ้ม ...
    อาจจะยากๆหนอ่ยเพราะมันเป็นภาษาปะกิด ก็ลองหา สอบถามเอาจากแหล่งที่พิจารณาได้ว่า มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ทำได้จริงและชาวโลก
    (ที่ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว) เค้าทำกัน ศึกษาและค้นคว้ากันมา ก็ยังพอจะได้เป็นความรู้เอาไว้ฝึกฝนทั้งความคิด มุมมอง และ การตัดสินใจ ...

    ... คือไอ้เรื่องเหล็กที่เคยได้ยินได้ฟังมา ตั้งแต่รู้จักใช้มีด ขายังยาวไม่เกินพร้าดายหญ้าสักเท่าไหร่ ... ทุกคน ทุกช่าง ทุกสถานที่ในประเทศไทย
    (ประเทศนอกไม่รู้) พูดเหมือนนัดกันมมาตั้งกะชาติปางไหนว่า ...
    "การที่จะสร้างมีดที่ดีกว่า(เล่มเดิม)ให้ได้นั้น มึงต้องเปลี่ยนเหล็ก"

    ... ได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่ 30-40 ปี จนทุกวันนี้ก็ยังได้ยินแบบนี้อยู่ ... แล้วเหล็กอะไรดีที่สุด ... เหมือนที่คุณ au148 มาตั้งกระทู้ถามไว้
    (ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ คุณไม่ได้เป็นคนแรกที่ถาม คำถามนี้เป็นคำถามมาตรฐาน พอ พอ กับ How r u?) .... เคยได้ยินคนตอบกันเอาไว้มากมาย ถาม 10 ช่าง อาจจะได้เหล็กที่ดีที่สุดประมาณ 7 ชนิด .. ถาม 4 ภาค ก็อาจจะเป็น 28 ชนิด หรือไม่ก็เลยเถิดกันไปถึงระดับองค์อินทร์กันเลยทีเดี ยว ระดับเทพว่างั้น ...

    ... ถ้าถือมีดเหล็กแหนบไป แล้วฟันบิ่น... ช่างก็จะบอกว่า โธ่เอ๊ย..เหล็กแหนบ เค้าต้องใช้ ผานไถ ดิ เจ๋งกว่า แข็งโพดๆ .... อ่อ...ยักหน้าหงึกๆ
    (ตามประสาลูกค้า) ....
    ได้มีดผานไถมาเล่มนึง..ฟันเปรี้ยงเข้าให้ "บิ่น"อีก ...
    เดินไปหาช่างอีกคน.. "เอ๊ย...ผานไถใครเค้าใช้กัน มันกรอบ มันปริใน .. นี่ต้องเหล็กเพลาโรงโม่ แข็งด้วย เหนียวด้วย"...
    " อ่อ...ยักหน้าหงึกๆ" ...

    ... เปลี่ยนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 28 เหล็ก 4 ภาคตามตำรา... เอาๆ มาถามใหม่ "เหล็กไรดี่ที่สุด" ... เริ่มต้นภาคที่ 1 ใหม่ กับช่างคนใหม่...
    "เหล็กน้ำพี้ไง สุดยอด . รู้จักมั้ย ดาบน้ำพี้" .... อ่อ..เออจริงๆ เคยได้ยิน "หายากนา ราคาแพง" .. เอาละวะ เหล็กเทพนี่หว่าแบบนี้ ...

    ... เหมือนเดิม... เปรี้ยงเข้าไป... "บิ่น" อีก...ตามมาด้วยคำตอบมาตรฐาน 4 ภาค "ฟันไม่เป็นนี่ แบบนี้"
    อ้าว...แล้ว เหล็กอะไรล่ะทีนี้ .... ต้อง"ฟ้าฟื้น" แน่เลย เหล็กแบบดาบขุนแผนแสนสะท้าน ... แน่ๆแล้วววว



    ... และเท่าที่รู้ เป็นอย่างนี้เรื่อยมา ตั้งกะสมัยหลังสงครามโลก ตั้งกะเริ่มมีเหล็กกล้าเข้ามาแทนที่เหล็กเดิมๆที่ทำก ันอยู่ ช่างที่เคยทำมีดเหล็กขึ้นน้ำ (เหล็กสอดไส้ตามความรู้ที่มาจากช่างจีน จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ มันก็คือเหล็กสอดไส้)... ก็ต้องเปลี่ยนเพราะมามีไอ้เหล็กหัวแดงเข้ามาเตร่ดเตร ่ในตลาด
    หรือ เหล็กพืด ที่ง่ายกว่าในการที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งทุบให้แบน ... กลุ่มพวกนี้ก็จะกระจัดกระจายไปอยุ่ตามมีดพื้นบ้านทั่ วไป มีดที่เป็นเครื่องมือทางการเกษตร สร้างออกมาได้ด้วยราคาที่ไม่แพงนัก เกษตรกรชาวบ้านร้านถิ่นซื้อหากันได้ .. ใช้ไปป็อกแป็กๆบิ่นมั่ง ยู่มั่ง ก็เอากลับไปซ่อมที่โรงตี ช่างก็จะได้ค่าแรงค่าซ่อมกันอีก ...

    ... ส่วนมีดอย่างอื่น ชุมช่างก็ปรับเปลียนกันมาตามความเชื่อและเหล็กที่มีร องรับในตลาด ว่ากันไปตามที่เคยได้รับการถ่ายทอดสืบๆกันมา .... เหล็กแบบนี้ แบบนั้น
    ชุบในน้ำบ้าง น้ำมันบ้าง ... น้ำวิเศษอะไรก็ว่ากันไป

    ... ด้านคนใช้งาน หรือ ลูกค้าก็ยังอยากได้ไอ้มีดเทพ ที่ฟันไม่บิ่น งัดไม่หัก คมทน เหนียวแข็ง... พวกที่จริงจังหน่อย ก็เที่ยวค้นคว้าหาเหล็กเทพมาให้ช่างตี และ โดยนิยามของช่างเทพ (อีกละ) .. ท่านจะต้องงตีเหล็กทุกชนิดที่ขวางหน้าได้ และ สร้างมันได้ดีทุกอย่าง ท่านลูกค้าผู้ขยันขันแข็งก็จะไปเที่ยวสรรหาเหล็ก
    ทั้งหลายแหล่มา ใครอยู่ใกล้วงการไหนก็ขวนขวายหาเหล็กแถวๆนั้นมา พวกอยู่โรงงาน โรงจักรก็จะไปเอาเหล็กเพลา เหล็กลาน .. เหล็กตลับลูกปืน ฯ
    พวกอยู่กะรถกะเรือ ก็จะไดเหล็กแหนบนู้น แหนบนี้ แหนบยุโรป แหนบจี๊บ แหนบสารพันแหนบ.. เพลาเรือ .. หรือ เหล็กอะไรก็แล้วแต่ที่มีประสบการณ์มากันว่ามันแข็ง
    มันเจ๋ง ก็ขนเอามาตีมีดกัน ... อ้อ มีอีกอย่างเหมือนกันเรื่องมีดดีมีดเทพ...นี่มันต้อง "ไม่มีสนิม" เว้ยเฮ้ย

    ผ่านยุคนั้นเรื่อยมา คำถามแบบเดิมๆก็ดูยังหาข้อยุติไม่ได้เรื่อยมา หลากหลายมีดที่ว่ากันว่าดี มันเจ๋งยังงั้น มันดียังงงี้ แต่ "แป๊ง" ...บิ่น ...
    อ้าว ??? ทีนี่มีคำถามเกิดขึ้นในกบาล ไม่รู้ว่าใครหลายๆคนเคยสงสัยหรือตั้งคำถามนี้หรือเปล ่า .... คำถามที่ว่า "มีดดี มันดียังไง แค่ไหนถึงเรียกว่าดี ดีแล้วไหงมัน บิ่นง่ายขนาดนี้ (วะ) " .... ผมเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเอง แต่ตอนนั้นไม่มีคำตอบ เพราะไม่รู้จะหาคำตอบนี้จากที่ไหน ไอ้คำตอบส่วนมากที่ได้ ก็แบบเดิมๆฟังจนจะอ้วก ....

    จนกระทั่งมาถึงยุคของผู้บุกเบิก .... ซักประมาณปี 29-30 แถวๆนั้นจำไมได้แม่น ยุคเฟื่องฟูของหนังสือดัง..ชีวิตกลางแจ้ง...หลายคนรู ้จักและเคยเป็นแฟน ยุคแห่งการล่มสลายของชุมชนอีเติ่ง ชุมชนผู้มากความช่ำชองในการทำปืนไฟหน้าตาแบบอินเตอร์ ... สิบเอ็ดมอมอ ... ที่สร้างตำนานที่ไม่เละมาหลายสิบปี ทำแบบทำไปหนีตำรวจไป กระบอกนึง 7 วันเสร็จ นน.ต่างกับ 1911A1 ไม่ถึงขีดกระมัง .... จากคนทำปืนไฟที่อหังการในความรู้และฝีมือ ใครจะทนได้ที่จะต้องมานั่งทำกรรไกรตัดกิ่งไม้ ไปเดินทอดแหหาปลาในหนอง กลับมานอนพี้เนื้อใต้ต้นฉำฉาให้มันสบายใจเฉิ่มซะไม่ด ีกว่า รึไง ...
    และนี่เป็นที่มาของการรวมตัว สร้างโฉมหน้าการบุกเบิกมีดยุคใหม่ วิธีการใหม่ และ เหล็กชนิดใหม่ ... ภายใต้ชื่อที่หลายคนรู้จัก ...

    "จ่าตุ่ม"
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  3. #3  
    มารกิ 11-08-2010 (ต่อ)

    แล้วนั่น มันคือยุคแห่งการบุกเบิก และ ฉิบหาย รวมไปด้วยกัน ... เหล็กใหม่ และ มีดที่ถูกสร้างแบบใหม่ ไม่ต้องตี ต้องตบกันแบบเดิม ความรู้ใหม่
    (บนพื้นฐานไรไม่รู้) ถูกหยิบยกขึ้นมาป่าวประกาศ ผู้คนมากมายหลากหลายเดินทางเข้าไปหา จากการได้รับรู้จากสื่อ จากปากต่อปาก ... "จ่าตุ่ม" ผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์การสร้างมีดในบ้านเราที่มีม านมนาน เหล็กที่ถูกนำมาใช้และอวดสรรพคุณของมันซะแบบว่า ทุกคนที่เดินเข้าไปและได้สัมผัสได้ฟัง
    ไม่ว่าจะกะโหลกหนา หรือ กะโหลกบาง ..ล้วนต่างนั่งยักหน้าหงึกๆ (แบบเดิม) อ้าปากหวอ น้ำตาไหลพราก ด้วยความปิติ ... จากที่ไม่เคยชอบมีดเลย ติดตามเพื่อนมาก็ต้องมีสั่งหรือ ติดไม้ติดมือกันกลับไปทุกคน ... ด้วยความสวยงามของมีดใน เชิงช่าง มันสร้างความประทับใจให้กับคนที่เห็น ได้สัมผัสและ
    ฟังเรื่องราว ... ใบมีดแวววับ .. นี่ไง มีดในฝัน

    ... ณ เวลานั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ...

    ... แน่นอนมีตำนานใหม่เกิดขึ้น มีการนำเหล็กเกรดเหล็กเบอร์มาใช้ มันถูกเรียกว่า "เหล็กขาว" .... และเหล็กที่เคยผ่านตา ผ่านมือกันมา เหล็กที่ต้องเข้าเตาตี
    มันคือ "เหล็กดำ" ... ได้กลายเป็นเหล็กไร้ศักดิ์ศรี เหล็กข้างถนน ที่เป็นสนิมและไม่คู่ควรแม้จะเอาเศษเขาสักกระผีกมาแป ะทำด้าม (อ่านแล้วเก็บใส่ป๋องไว้ก่อน)

    ... มีช่างมีดใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย แบบที่สร้างมีดด้วยวิธี Stock Removal ... คือเอาเห็กที่หนาบางได้ขนาดมา แล้วตัด ไส เจียรให้ออกมาเป็นรูปมีด ไม่ต้องตี
    ไม่ต้องทุบ จนมีประโยคๆนึงเกิดตามขึ้นมานั่นก็คือ "มีดดีต้องใช้ได้ทั้งเล่ม" คือหมายถึงว่า มันจะต้องแข็งตั้งกะคมมีดยันสันมีด นั่นก็คือ มันชุบแข็ง มาทั้งใบ ...
    ช่างมีด ทั้งที่แตกตัวออกมา หรือ เกิดมาใกล้เคียงกัน ฝีมือดีด้อยกว่ากันก็ว่ากันไป (นี่ก็เก็บไว้ด้วย)

    ... สื่อหลากหลายหันมาสนใจ "มีด" มากขึ้น มีทั้งหนังสือ สิ่งพิมพ์ รายการสารคดี ทีวี และ แม้กระทั่งงานประจำจังหวัด (เอานี่ใส่ลงป๋องไปด้วย)

    ... มีผู้สนใจมีดเพิ่มมากขึ้น ด้วยว่ามันสวย มันเจ๋ง (รู้ได้ไง) ... ( เอ้า..ใส่ป่องลงไป)

    ... เป็นยุคทองของหนวดเต่า เขากระต่าย ..เป็นยุคที่คำว่า "มีดดี" ถูกนิยามด้วยเครื่องแต่งตัว ว่ามันจะต้องเอาไอ้นี่ ไอ้นู่น มาทำด้าม... ( โยนลงป๋องไปด้วย )

    ... ที่จริงมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แต่เอาคร่าวๆ ประมาณนี้ ... อ่านกันมาจนถึงบรรทัดนี้ ก้มหน้าลงไปดูในกระป๋อง เราจะเห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี น่าประทับใจ ... ว่าแล้วเราปิดฝากระป๋อง... เขย่าครับ เขย่า... (ออกเสตปไปด้วยจะได้อารมณ์แดนซ์) ... เอาวะ ได้ที่ดีแล้ว เทพรวดลงมาในกาละมัง... ผลที่ได้คืออะไรล่ะครับ...

    เละ

    ครับ เละ... มันเละจริงๆ ...

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงมันจะเละยังไง "จ่าตุ่ม" และทีมช่าง คือบุคคลกลุ่มนึง ในวงการมีด ที่น่าเคารพและยกย่อง ในแง่ของความตั้งใจ ความเพียรพยายาม และ
    งานช่างฝีมือ

    "เละ" ครับมันเละ ที่พูดแบบนั้นก็เพราะว่า จากนั้นเรื่อยมาความรู้แบบครึ่งๆกลางๆ และ ผิดมากกว่าถูก ได้ถูกใส่เข้าไปในสมองและความทรงจำจนถึง
    ความเข้าใจใน เรื่องมีด ...

    "มีดดี ต้องใช้ได้ทั้งเล่ม" ... หมายถวามว่ามีดที่สร้างด้วยวิธี Selective Heattreat เป็นมีดที่ไม่ดี งั้นรึ???

    "มีดดีต้องไม่เป็นสนิม" ... ใช่เหรอ???

    เราเปลี่ยนเหล็กกันมาแล้ว ได้เหล็กขาวที่เป็นเหล็กเทพมาแล้ว มันเจ๋งมากมาย... แต่ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคย ไม่เคย และไม่เคยมีใครสักคน
    (แบบว่า Nobody nobody but YOU!! ... เต้นแล้วปรบมือสไตล์เกาหลีไปด้วยนะจ๊ะ) ที่จะถามว่า "วิธีการที่จัดการกับเหล็ก" มันทำยังไง ...

    ที่ทำทำกันอยู่เนี่ย ใช่แล้วเหรอ มันสร้างเหล็กแผ่นๆให้เป็นมีที่ดีได้จริงเหรอ ... อาจจะมีคนสงสัย เวลาได้เอาไปใช้บ้าง ว่า อ้าวเว้ย... ทำไมมันทื่อเร็วงี้ เอ๊ะ..รึว่ามันเป็นมีดไทยนี่เน๊อะ มันจะไปเจ๋งเท่ามีดฝรั่งมังค่าได้ไง... (อ้าว...คิดเข้าข้างกันเห็นๆ ปลอบใจกันเองสุดสุด)

    ... ยุคนั้น เวลานั้น มันเป็นยุคแห่งความ "ไม่รู้" ... แต่คิดว่ารู้ ... ไม่มีใครเรยที่จะเรียกว่ารู้ ไล่ดะกันมาตั้งกะ ... ช่างมีด ลูกค้า สื่อ

    โดยเฉพาะสื่อที่เป็นตัวเผยแพร่ความไม่รู้ และ

    ความเละไปอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ...

    ผมคนนึง ที่เคยอยู่ในวังวนของยุคนั้น ... จากหลายๆที่ หลากหลายช่าง หลากหลายความคิด หลากหลายความเชื่อ ... ยุคนั้น สมัยนั้น ไม่มีรูป ไม่มีอินเตอร์เนทให้ดูมากมายขนาดนี้ ความรู้ไม่ได้วิ่งมากระแทกเบ้าตาแบบสมัยนี้ ... จากการที่เราได้ใช้ ได้สัมผัสกับมีดที่เรียกว่าได้ว่า สุดยอด ของมีดที่ผลิตขึ้นในถิ่นเมืองไทยนี่ มันตอบความรู้สึกเราไม่ได้ว่า "มันดีได้เท่านี้เหรอวะ" ... เราคิด ในเมื่อเอ่า เหล็กก็ว่ากันว่าเลิศเลอแล้ว ช่างก็เจ๋งแล้ว
    ทำไมมีดมันยังเป็นแบบนี้ เมื่อเทียบกับมีดนอกสมัยนั้น Buck Gerber อะไรประมาณเทือกๆนั้น มันยังไม่น่าจะใช่คำตอบ .... ตอนนั้นอย่าว่าแต่อินเตอร์เนท หนังสือมีดสักเล่มยังหาทำยายาก ไอ้ที่เคยเห็นมาจากคนที่ใช้มันเขียนหนังสือหากิน ก็หนังสือมีดฉีกหัวเล่มเดียว ปีมะโว้ ...

    ผมพยายามเดินหาข้อมูล ก็คงไม่พ้นหนังสือน่ะแหละ เค้าพูดกันว่า ทุกอย่างในโลกนี้มีบันทึกไว้เป็นตัวหนังสือ ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะหามันเจอ มั้ยแค่นั้น ... ผมเริ่มค้นคว้าหาทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ตอนนั้น เพื่อจะหาคำตอบว่า "มีดดี" เราจะสร้างมันขึ้นได้ยังไง และไอ้ที่ว่าดี มันต้องแค่ไหนถึงเรียกว่า "ดี" ...
    หนังสือมีด ซึ่งแน่นอนคงหวังพึ่งบทความหรือข้อความอะไรที่มีอยู่ ตอนนั้นในภาคภาษาไทยไม่ได้ เพราะมันยิ่งจะพาความคิดและความเข้าใจให้ดิ่งลงลึกไปอีก
    หรือ ไม่ก็ออกทะเลไปเลย ...

    เริ่มจากเหล็กเทพตอนนั้น เหล็ก CODE DINXXXX ผมหาข้อมูลจากมันว่า จริงๆแล้ว มันคืออะไร มาจากไหน แล้วเค้าไว้ใช้ทำอะไรกัน ... อาการเหมือน
    คนบ้าประมาณนั้น อ่านหนังสือที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย .. โธ่ ให้ตายเหอะ เลดี้ กาก้า ... ตูไม่ได้มีจิตวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ไรเร๊ยยย (แหม..คำอย่างหรู จิต+++) ... แต่เมื่ออยากรู้และสิ่งหาได้มามันพาไปแบบนั้น ในเมือถามใครไม่ได้ ก็ต้องหาเอาเอง ... หลายวันในหนึ่งอาทิตย์ กลางวันผมนั่งแท็กซี่ไปพระราม 3 เดินๆๆๆ และ เดิน ... กลับบ้านก็นั่งดูแต่หนังสือเหมือนจะทะลึ่งเรียนป.โท ป.เอก อะไรกะเค้าด้วย ในที่สุด ผมเริ่มรู้ว่า ไอ้เหล็ก รหัส DINXXXX เนี่ยมันมาจากไหน ผมเริ่มรู้จัก AISI และ
    เหล็ก Alloy จากจุดนี้ มันเริ่มพาผมเดินทางไปในโลกของเหล็กที่กว้างมากขึ้น ... ผมพยายามที่จะหาหนังสือมีดมาศึกษา ได้บ้าง ไม่ได้บ้างตามแต่มันจะมีมาตามตลาดหนังสือบ้านเรา ในนั้นมีข้อมูล มีรูปภาพ มีโฆษณา
    มีเรื่องราวต่างๆพอได้อาศัยให้สมองกลวงๆอย่างผมพอจะได้รับรู้เรื่องราวที่ผมสามารถตอบคำถามที่มีเกิดขึ้นม านานแล้วได้ ...

    ฉิกหัยเอ๊ยยย .. ไมกูโง่งี้วะ!!!
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  4. #4  
    มารกิ 16-08-2010 (ต่อ)

    -- หลังจากนั้น คำว่า "อ๋อ ที่แท้มันเป็นยังงี้ " ..ทำให้ได้รู้คำตอบที่ตั้งคำถามมานาน "ทำไมมันถึงแตกต่าง" ... และ อะไรคือ CUSTOM KNIFE ที่แท้จริง อันนี้ได้รู้หลังจากที่ได้มีมีดงาน custom เป็นของตัวเอง

    และ... จากการที่เราเป็นคนใช้มีด ใช้มีดนะครับ ไม่ใช่เอาไม้มาท่อนนึง ฟันโช๊ะๆๆ ลับมีดปืดๆๆ มากรีดกระดาษแฟ๊บบบบบบ ... โอวววว มันช่างคมซะนี่กระไร
    จากการใช้งาน เราก็จะได้เห็นความเป็นจริงของมีดในมุมต่างๆ จากหลากหลายประเภทที่ได้เคยลองใช้ ... ผมเป็นคนมองมีดเป็นเครื่องมือ
    ผมใช้มีดอย่างเครื่องมือไม่ใช่อาวุธ ในที่นี้ก็เลยจะพูดถึงมีด ในแง่ของเครื่องมือ เท่านั้นครับ....

    ... จากที่เราได้ศึกษาและทดลองทำมันขึ้นมา ทำให้ได้รู้และเข้าใจในเรื่องของ BLADE PERFORMANCE ... ผมจึงพูดเสมอมาว่า " Blade คือใบ
    คือหัวใจของมีด " .... นั่นมันคือยุคที่ไม่มีมีดที่สร้างขึ้นมาในประเทศนี้ท ี่จะให้ความสำคัญกับมัน เพราะมีแต่คนที่คิดจะเปลี่ยนเหล็กทำใบมีด
    แต่ไม่มีใครคิดหรืออยากจะรู้ว่า "จะจัดการกับมันยังไง" ...

    ... แม้จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังยืนยันความจริงบนประโยคนั้นเสมอมา แต่.. มันต้องมีแต่ครับ เพราะหากเราได้หัวใจที่ดีมาแล้ว แขน ขา มือ ล่ะ...
    มาครบหรือเปล่า
    หรือว่าว่ามาครบแต่มาแบบเดี้ยงๆ สั้นบ้าง ยาวบ้าง... มือแป ขาเก... ข้างบนอ้วน ข้างล่างสั้น ...
    หน้าตาสวยงามมายังกะแฮทอะเวย์ แต่อาการเป๋ๆ ปัดๆ แล้วถ้าเป็นดั่งว่านี่ มีดเล่มนั้นมันก็เป็นได้แค่ " มีดพิการ"
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  5. #5  
    มารกิ 18-08-2010 (ต่อ)

    เกือบๆ 10 ปีมานี่ เราพูดกันเรื่อง Blade Performance ตั้งกะเวบดี จนเวบล่มมาหลายครั้ง ก็คงพอจะได้เนื้อได้ความให้ได้ตื่นตัวกันไปบ้าง ไม่มากก็น้อย ... บ้างก็เป็นผลไปในทางดี บ้างก็ยิ่งลงเหวหนักไปอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไง

    ... ในช่วงที่กำลังศึกษาหาความรู้ ก็เรียกว่า บ้า นั่นละครับ เกี่ยวกะเรื่องเหล็ก High Alloy .... วันนึงผมได้ไปเห็น ภาพชายผู้นึงเป็นคนประเทศนอก เพราะผมเห็นมาจากหนังสือมีดนอก "Knife Illustrated" น่าจะประมาณปี 91 ... ได้มาเป็นเศษๆ แต่เหมือนกับวันนั้น ซุส ดันฟาดปาท่องโก๋ตอนเช้า
    แล้วขยำถุงทิ้งลงมา ....
    ในภาพเป็นภาพชายคนนึง ใช้มีดฟันอะไรสักอย่างขาดกระจุยกลางอากาศ .... อ่านๆเดาๆได้ความว่า พี่แกในภาพคือ Jerry Fisk

    ... ภาพที่เห็นนั่นคือ พี่แกทดสอบมีดของแกให้ดู ให้ดู Blade Geometry + Razor Edge ... Fisk กำลังฟันเชือกมะนิลา ขนาดหน้าตัด 1 นิ้ว ยาว 1 ฟุต ที่ลอยอยู่กลางอากาศ และ คนที่โยนส่งให้คือ Jim Crowell ... ไม่ใช่ฟันแค่ท่อนเดียวนะครับ ใบมีดขนาดไม่น่าจะยาวเกิน 8 นิ้ว กับกองเชือกที่ Fisk ยืนอยู่...

    ... ผมเห็นแล้วอึ้งปนกับความสงสัยที่มากขึ้น มันยากยังไงวะ ฟันเชือก (ในใจคิด พร้อมหัวเราะเยาะๆ ในใจ) .... รุ่งขึ้นไปเลยครับ หาซื้อมา (แพงฉิบ)..
    มะนิลาขนาด 1นิ้ว ซื้อมา 20 เมตร กะฟันให้หนำใจ... ตัดออกมาฟุตนึง... แล้วให้คนโยน... ฉิ้งงง!!! หุหุ อย่างนึกว่าขาดกระจายแบบ Fisk นะครับ โน่น...เชือกกระเด็นไปโน่น... ฮ่อ..สงสัยมุมไม่ดี มีดเล่มนี้คงไม่คม (ก็สารพันคิดเข้าข้างตัวเอง) ... ไปขนมีดทั้งหมดที่มีออกมาในขนาดใบตั้งแต
    ประมาณ 7-8 นิ้วขึ้นไป .... เอิ๊กๆๆ ฟันจนหอบ.. แล้วก็หัวเราะ... ก็อย่าว่าแต่ฟันกลางอากาศ สับยังไม่ค่อยอยากจะขาดเลยครับท่านผู้ชม ....

    ... มีเรื่องให้ประสาทรับทานอีกแล้ว ทำไม ทำไม และ ทำไม!!!


    จากนั้น...ผมหันมาสนใจเรื่องของ Forging Blade ด้วยพร้อมๆกันก็ค่อยๆศึกษาถึงเรื่อง Blade Geometry จนเลยเถิดไปถึงเรื่องด้าม และ มุมต่างๆบนมีดแบนๆๆ ( อ้าว..พูดจาไม่เป็นภาษาสุนัข มีดแบนๆแต่เสือกมีมุม ... )

    ยุคนั้นอะไรไม่ได้มาง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิกแบบนี้ ผมพยายามหาทางติดต่อเพื่อขอสอบถามบางเรื่องจาก Fisk ซึ่งก็โชคดีที่เค้าเป็นคนมีน้ำใจพอที่จะพูดคุยกันได้ บ้าง (อ่อ อย่าคิดว่าฝรั่งมันจะกระดี๊กระด้ากะเราทุกคน) ... สมัยนั้น ใช้เขียนจดหมายครับ
    เขียน/ส่ง/แล้ว ก็รอไป.... (ฉะนั้น ท่านที่รอมรดกพ่อ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องของความสุข ฮี่ฮี่) รอ..รอกันไป... บางที 3-4 เดือน
    มีใครตอบไรกลับมาที งงดิ..กูถามไรไปวะเนี่ย ลืมซะงั้น ...

    ผมได้กระดาษจาก Fisk มา 7-8 แผ่น A4... เสียตังค์ไปตอนนั้น รู้สึกจะสัก $30.- (นี่ขนาดนิสัยดีนะเนี่ย) ... เป็นเรื่องของ Basic Forging
    อ่อ..ถึงบางอ้อ เพราะเลยบางพลัดมาแล้ว ฮ่วย...นี่ขนาดเบสิคมันต้องขนาดนี้เลยเหรอ ไอ้มีดบ้านเรานี่มันก็มั่วกันมานานมากเลยดิเนี่ย
    (อย่าพูดแบบนั้น มันไม่ดี นิสัยไม่ดี ไม่น่ารัก... ก็คนมันไม่รู้นี่หว่า)

    โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าคุณจะสร้างมีดด้วยวิธีการอย่างไร จะ Stock Removal หรือ Forging ก็ตาม สิ่งที่คุณจะต้องคิดเป็นอันดับแรกก็คือ
    คุณสามารถจะจัดการทำ Heatreatment อย่างถูกต้องให้กับเหล็กชนิดที่คุณเลือกได้หรือไม่ เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่พอหรือเปล่าที่จะจัดกา ร
    เพื่อที่จะสร้างเหล็กเหล่านั้นให้เป็นมีดที่ดีขึ้นมา ได้สักเล่ม ... ทำไมต้องคิดอย่างนี้ ก็เพราะว่าเหล็กแต่ละชนิดต้องการการอบชุบที่แตกต่างกัน
    (อบชุบ.. คำคำนี้เมื่อก่อนไม่มีเข้าใจ รู้จักกันแต่ ชุบแข็งมีด ซึ่งมันเป็นแค่เพียงส่วนนึงในขบวนการของการอบชุบแค่น ั้นเอง) ....
    เหมือนอย่างว่า มีชาวนาสักคน มีที่นาปลูกข้าว พอมีใครมาบอกว่า ข้าวจะดีต้องใช้ข้าวพันธุ์นู้นพันธุ์นี้ .. ตานี่ก็เอาเรยย ไปหาซื้อมา เอาละวะนี่ละ
    มันพันธุ์ระดับเทพข้าวข้าต้องเจ๋งงานนี้ แต่ไม่ได้ดูเลยว่า ไอ้ที่เค้าให้เอาปลูกน่ะ มันข้าวจากที่ไหน ข้าวนี่มันเป็นข้าวนาลุ่มหรือนาดอน
    ต้องการน้ำมาก/น้อยแค่ไหน ... มาถึงก็ใส่เรยย ทำมันแบบเดิมที่เคยทำทุกอย่าง ทำแบบนี้กับข้างทุกพันธุ์ที่เอามา ถามว่า ผลผลิตมันจะออกมาดีได้มั้ย ...

    พอผลผลิตออกมาไม่ได้เรื่อง ข้าวเม็ดลีบ ได้จำนวนถังต่อไร่น้อย .. ก็โน่นน ด่าฟ้าด่าฝนส่งไป โดยที่ไม่ได้มองสิ่งที่ตัวเองทำเลยสักนิด ...
    ก็เหมือนกัน เหมือนกับช่างมีดเลือกที่จำทำนแบบไหน ด้วยเหล็กอะไร ..เครื่องไม้เครื่องมือพอมั้ย พอที่จะจัดการกับเหล็กนั้นได้ดีหรือเปล่า ...
    มีแค่เตาถ่าน กะความรู้แบบผัดกระเพรา ถึงให้มีเหล็กมหาเทพอยู่ในมือ ก็ทำได้แค่มีดพิการ สู้มีแหนบข้างถนนสักตับกับความรู้แบบแกงสะละหมั่น
    มันจะได้มีดเทพ "เทพเหล็กแหนบ"
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  6. #6  
    มารกิ 19-08-2010 (ต่อ)

    หลายปีผ่านมานี่ ในวงการมีดบ้านเรา เราพูดกันถึงเรื่อง BLADE PERFORMACE เยอะมาก บ้างก็พูดกันไปจนกลายเป็นบ้าบอ...
    และก็มาอีกแล้วครับท่าน ออกเสตปมั่ว (มันจะต้องมีปนมาเสมอ ในทุกเรื่อง ทุกยุค ทุกสมัย) ... มีหลายคนที่รู้และเข้าใจ เอาไปใช้ก็เป็นเรื่องที่ดี เกิดประโยชน์ ...
    แต่บางคนฟังมา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างและก็ถนัดทางนั่งเทียน ประมาณว่าองค์ลง ... บางทีธูปยังไม่ทันจุด องค์ก็มาแล้ว รู้ไปหมด (หมดจริงๆ ทั้งทีมี และ ไม่มี)
    ทำได้ทุกอย่าง คือประเภทองค์ลงเนี่ย ก็หลอกตัวเองคือ ก่อนอื่นต้องหลอกตัวเองก่อน พอหลอกตัวเองได้แล้ว ก็ถึงค่อยไปออกอากาศหลอกคนอื่น
    ไม่งั้น ไม่กล้าไง ...
    เรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องที่คนเค้าทำกันทั้งโลก มันเป็นเทคโนโลยี่ มันมีอยู่จริง แต่อาจจะยากหน่อยถึงยากมาก ตอ้งใช้เวลาในการศึกษาและแก้ไข ...
    พอองค์ลงปั๊บ ก็เอาเลย งัดออกมาแสดงต่อชาวโลกว่าข้านี่สำเร็จแล้ว ดั้นเมฆมาเลยยย เฮ้อ..!! เป็นแบบนี้กันมากๆก็แย่เหมือนกัน มันไม่ไปไหน
    คนที่หลงเข้าไปฟัง เข้าไปเชื่อ ก็วนอยู่แค่นั้น ไม่ได้คำตอบที่เป็นจริงสักครั้ง...

    ... ที่จริง มันไม่ยากในการที่จะรู้ได้ว่า ไอ้มีดที่ใครๆออกมาว่ากันว่า เจ๋งจริง แจ๋วจริง ทำมายังงั้น ยังงี้ โดยขบวนการนั่นนี่ เราก็เอามาลองใช้ดู มีดมันจะตอบคำถามทั้งหมดด้วยตัวมันเอง ... ไอ้ของที่เค้าทำดีจริง มันก็จะแสดงศักยภาพให้เราได้เห็น .. ส่วนพวกที่จุดธูปเชิญมามันก็ฟ้องตัวมันเองอยู่ดี
    นอกเสยจากว่า คนที่ซื้อมาเชื่อคำพูดที่ว่า "เอ่อ..มีดถ้าไม่จำเป็นอย่าเอาไปใช้นะครับ" ... อ้าว!!! มีงี้ด้วยเว้ยเฮ้ย

    ... ความรู้ ถ้ารู้จริง หรือ ใกล้ความจริงมาก ก็ดีไป .. ไม่รู้ก็คือไม่รู้ไปเลย แต่ไอ้ที่ครึ่งๆกลางๆ เอากระรอกขี่หนู ออกมาตุ่นได้เนี่ย มันอันตราย ทั้งกับตัวเองและกับคนที่พยายามเอาสิง่ตัวเองคิดว่าร ู้ไปยัดใส่เข้าไป ... ที่ผ่านๆมา ผมได้เห็นช่างมีดหลายคน ตกต่ำ ..
    เพราะคนประเภทนี้ จากที่เป็นช่างพื้นบ้านอยู่ดีดี ดันมาฟังเรื่องสตาวอร์เข้าไป แล้วหลงได้ปลื้มกับอภิมหากาพย์จานใหญ่เข้าให้
    เลยพากันขึ้นเขาไม่ยอมลง ขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นไปๆ โดยไม่รู้ว่า ปลายสุดมันก็ต้องลงเหว มันน่าเสียดายครับ
    เห็นแล้วก็อดนึกเสียดายไม่ได้ในสิ่งที่เคยทำมาตั้งกะ นมนาน
    จริงอยู่ มันไม่ถูกต้องตามหลักของโลหะวิทยา แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด ไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนเพิ่มความเข้าใจและจัดการไ ด้ตามสภาพแวดล้อมเดิมที่มีอยู่
    ขออย่างเดียว อย่าพยามไปฝันหาเหล็กเทพ แค่นั้นเป็นพอ ... เพราะระยะแรก มันอาจะดูหวือหวาชื่นมื่น มีแรงซื้อเพราะแรงกระพือแบบว่าของใหม่
    แต่ทำไป ทำไป ... เมื่อหลายอย่างมันฟ้องตัวเองจะยอมรับกันไดมั้ย ถ้าได้ กลับมาคิดใหม่ เริ่มใหม่ก็ยังทัน แต่ส่วนมาก ก็จะพยายามหลอกตัวเองกันต่อไป
    เพราะมันยังขายได้ มีคนซื้อ เลยทำให้ผมสงสัยว่า ... "คนเรา เรียกตัวเองว่า ช่าง จะไม่คิดทำสิ่งที่ถูกต้องจริงจังกันบ้างรึไง" .... ใครก็ได้ ตอบผมที
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  7. #7  
    มารกิ 22-08-2010 (ต่อ)

    หลังจากยุคมืดอมสว่าง มีบางคนที่มองเห็นแล้วหาทางออกของตัวเอง หนีพ้นไปได้ ...
    เท่าที่ผมรู้จักและเห็นเด่นชัดก็คือ คุณยุ่นหรือเจ้าของแบรนด์ custom "yunaknife"
    ที่ทำมีดออกไปประเทศนอกยืนประกบข้างกะฝรั่งมังค่าได้ สบายๆ ก็เค้ามองเห็น สงสัยและตั้งใจที่จะหาคำตอบ ...
    ใครที่คิดจะทำมีดหรือคิดจะเป็นช่างมีดรวมไปถึงที่เป็ นอยู่แล้วจะลองหันไปมองและสนใจแนวคิดแนวปฏิบัติอย่าง ท่านนี้บ้างก็จะเป็นการดี

    ... บนความมืดดำ มันก็คงมีอะไรเลวร้ายไปซะทั้งหมดในโลกนี้ การเวลาเดินทางของมันไป มีผู้คมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามา และ เดินออกไป
    บ้างก็เข้ามาแล้วไม่ไปไหน แต่กลับสนใจอย่างตั้งมั่น หลายปีมานี่ มีช่างมีดเกิดขึ้นมาใหม่หลายต่อหลายคน มีการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้
    ประสบการณ์และความชำนาญกันมากขึ้น บางคนไม่ได้เป็นช่างมีดแต่สนใจเรื่องเครื่องไม้เครื่ องมือด้วยสถานะภาพอำนวยอยู่แล้วประกอบกับเป็นผู้ทรงภูมิร
    คือ ไม่มีองค์ องค์ไม่ต้องมาลง เพราะมีความรู้และความตั้งใจจริง อย่างเช่นคุณ numfly ที่อุตส่าห์พากเพียรปลุกปั้นเครื่องขัดกระดาษทราย
    และ เตาแก๊สอย่างน้อยๆก็ต้องมี 2 ปีขึ้นกว่ามันจะออกมาเป็นรูปร่างหน้าตาที่พอใจ และมีสมรรถนะจริง สร้างงานได้จริง
    รวมไปถึงช่างมีดหลายท่านซึ่งจะทำมีดด้วยใจอะไรก็ช่าง ผมถือว่าเป็นผู้มีความตั้งใจและไม่หลอกตัวเอง
    เช่น น้าปุ้ม pum_rakwana น้าปลัด Biggun ลุงแม็ค น้าช่างดาบ
    ที่ว่านี่คงเป็นแค่ส่วนนึง เท่าที่ผมรู้จัก แต่คงมีอีกหลายท่านที่ผลิตงานดีดีออกมา

    ... ความรู้สมัยนี้หาได้ไม่ยาก มันง่ายกว่าสมัยก่อนมากมายนัก มีคนที่รู้พูดคุยด้วย คุยเรื่องเดียวกัน ไม่รู้อะไรก็ยังสามารถที่จะหาอ่าน สืบค้นข้อมูลได้โดยไม่ลำบากยากเข็นเกินไปนัก ไม่ต้องรอคำตอบกัน 5-6 เดือน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันจะตอบมามั้ย ...
    คุยกะใครก็มีแต่คนหัวเราะ แหะ แหะ... แล้วถามว่า
    "มึงจะอยากรู้ไปทำไม"
    หรือไม่ก็มองด้วยสายตาขำขำ เมื่อเราบอกว่าอยากรู้เพราะจะไปทำมีด
    "มีดอะไร" .... แล้วกูจะตอบยังไงว่ามีดอะไร ก็มีดน่ะดิ ไม่รู้จักหรือไง ... วะ
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  8. #8  
    น้าสอ 19-08-2010


    ขอเสริมน้ามารนิด . . .





    ใครคิดว่าง่าย ไปลองดูเองได้
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  9. #9  
    pum_rakwana 21-08-2010

    ตอบ . . .

    A blade made of junk steel properly heat treated will make a far superior blade when compared to steel of know value
    that is improperly heat treated". Wayne Goddard - BLADE Field Editor - Dec 2009

    เช่นเคย - จำขี้ปากเขามา

    ขอบคุณจารย์ปู่ครับ

    หลายคนยังเข้าใจผิดเรื่อง เหล็กเก่าเหล็กใหม่อยู่พอสมควร

    ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
    เหล็กเก่า คือ เหล็กที่แปรรูปเพื่อใช้งานอย่างอื่น อาจจะถูกใช้งานแล้ว หรือยังไม่ถูกใช้งาน แล้วเรานำมันมาทำมีด
    เช่น แหนบ ตะไบ ลูกปืนรถ(เครื่องจักร) หรือแม้แต่มีดพร้า

    เหล็กใหม่ คือ เหล็กที่ยังไม่ได้รับการแปรรูปเป็นอย่างอื่น อยู่ในสภาพรีดร้อนหรือเย็น ให้เป็นแผ่น หรือแท่ง หรือก้อน หรือเพลา
    เพื่อเตรียมนำไปแปรรูปเป็นชิ้นส่วนอย่างอื่น

    บางคนคิดว่า เหล็กเก่าทำง่ายกว่า เหมาะสำหรับช่างพื้นบ้าน เหล็กใหม่ใช้ความซับซ้อนกว่า เหมาะสมหรับช่างที่มีเครื่องมือครบ

    ซึ่งโดยความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กเก่าหรือใหม่หากเป็น"ชนิดเดียวกัน" ก็ต้องมีกรรมวิธีตั้งแต่ขึ้นรูป จนจบขบวนการให้ความร้อน "ที่เหมือนกัน"
    ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้

    - การตีขึ้นรูปจากสิ่วที่ทำจาก O1 ก็ต้องตีขึ้นรูปเหมือนตีเหล็ก O1 ถ้าขึ้นรูปสิ่วเหมือนขึ้นรูปเหล็กตะไบ ก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ
    - หากชุบแหนบที่ทำจากเหล็ก 5160 ด้วยระบบ A B C แล้วชุบเหล็กเกรด 5160 ที่เพิ่งรีดเป็นแผ่นออกจากโรงงานด้วยระบบ A B C เหมือนกัน
    ผลที่ได้มันก็ต้องเหมือนกัน
    - หากชุบแบบชุ่ยๆ จะเป็นแหนบเก่าจากรถยนต์ หรือ เหล็ก 5160 จากโรงงานเทวดา มันก็ออกมาชุ่ยเหมือนกัน

    สิ่งที่เหล็กใหม่แตกต่างกว่าเหล็กเก่าที่มีอยู่แน่ๆ ก็คือ "ความเสี่ยง"ในความเสียหายของของเหล็กเก่าที่เรามองไม่เห็นอันเนื่องมาจากการใช้งาน
    เช่น การร้าวด้านใน (Wayne Goddard เคยเขียนไว้ในการเลือกใช้เหล็กเก่า) ทำให้ชิ้นงานเสียหาย แตกหัก ซึ่งผมเคยพบในแหนบรถอีเบี้ยนของผมเอง
    เหล็กเก่าบางประเภท ไม่สามารถระบุเกรดที่แน่นอนได้เพราะผลิตจากเหล็กหลาย อย่าง ทำให้กรรมวิธีอบชุบแบบเดียวกัน ไม่สามารถใช้ให้ได้ผลเหมือนกันได้
    เท่าที่ลองเล่นๆมาที่ยังไม่พบคือแหนบ รองลงมาพบบ้างประมาณ 3 ชิ้นงานคือตะไบที่ต้องเปลี่ยนอุณหภูมิการอบชุบและการ เลี้ยงไฟ

    แต่เหล็กใหม่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็น ความเสียหายที่น่าจะเกิดจากขั้นตอนการผลิตเหล็ก ยังพอมีให้เห็นและแสดงออกมาให้เห็นได้ในเหล็กใหม่เม่ผ่านการอบชุบ(ผมเคยพบใน SUP9)
    เหล็กงานเย็นที่พรรคพวกทำอยู่ เช่น D2 ซึ่งเป็นเหล็กแผ่นเดียวกัน ชุบจากเตาเดียวกัน ก็ยังมีความเสียหายให้เห็น

    จึงเป็นหน้าที่ของช่าง ที่เลือกเหล็กแต่ละชนิดมาใช้ ต้องตรวจสอบชิ้นงานนั้นด้วยตัวเอง

    ดังนั้นช่างที่ใช้เหล็กเก่าจนชำนาญ จะคัดเลือดชิ้นงานเหล็กเก่ามาทำมีด แบบไม่เหมารวม แต่จะเลือกที่ไว้ใจได้เท่านั้น
    มีบ้างที่ช่างต้องโยนตับแหนบที่ซื้อมาทิ้งทั้งตับ เพียงแค่ความรู้สึกในการตี ไม่เหมือนกับแหนบที่ตัวเองเคยใช้ แต่...ก็มีช่างไม่มากที่ทำได้แบบนั้น
    หรือช่างบางคนจะคบกับตะไบอยู่แค่ไม่กี่ยี่ห้อ

    บางคนที่พูดคุย เตลิดไปไกลถึงขั้นเหล็กเก่าคือเหล็กสมัยเก่า เช่น 5160 440C
    เหล็กใหม่คือเหล็กสมัยใหม่เช่น S90V CorelX CruforgV นี่ก็กรรมของยุคไอที
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

  10. #10  
    จบแระ
    ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม  
     

กฎการส่งข้อความ
  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
  • BB code is ใช้ได้
  • Smilies are ใช้ได้
  • [IMG] code is ใช้ได้
  • [VIDEO] code is ใช้ได้
  • HTML code is ใช้ได้