Results 1 to 7 of 7

ชื่อกระทู้: ภาพ รัตนโกสินโบราณ

  1. #1
    Registered User zonbank's Avatar
    วันที่สมัคร
    Aug 2011
    สถานที่
    กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา
    ข้อความ
    176

    ภาพ รัตนโกสินโบราณ

    ภาพถ่ายถนนด้านข้างพระบรมมหาราชวัง




    เอามาให้ทายกันเล่นๆครับ ว่าถ่ายเมื่อไหร เวลาใด???

    ทำไมถนนเส้นนี้ ซึ่งหน้าจะเป็นเส้นหลัก จึงไม่มีผู้คนเลย หรือ รถยนต์ จักรยานยนต์สักคันก็ไม่มี

    คำตอบมันแอบอิงประวัติศาสตร์อยู่พอควร อิอิ
    "A man does what he can until his destiny is revealed."

  2. #2
    เดาว่าในสมัย ล้นเกล้ารัชกาลที่สี่
    สมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มา ใช้รถม้าเปนพาหนะสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์
    ยอดที่เห็นกำลังสรา้งหรือซ่อมแซมด้านซ้ายคือ ยอดพระศรีรัตนเจดีย์
    ตรงกลางคือ ยอดพระมหามณฑป สรา้งสมัยรัชกาลที่หนึ่ง
    ทางด้านขวา คือ ยอดพุทธปรางคปราสาท(ต่อมาในสมัยรัชกาลที่หก เปลี่ยนชื่อเปน ปราสาทพระเทพบิดร)
    อาคารที่เห็นด้านหน้า คือพระอุโบสถ
    หมู่พระที่นั่งที่มีหอนาฬิกา น่าจะเปน หมู่อภิเนาวนิเวศน์ ซึ่งถูกรื้อลง
    เพื่อสร้างพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ห้าต่อมาคือ พระที่นั่งบรมพิมาน เพื่อให้พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธทรงประทับ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Drunken_Writer : 19-04-14 เมื่อ 10:57 PM
    "......ฉันเป็นคนบ้า เพราะว่าสติไม่ดี
    ไม่ใช่คนไม่ดี ฉันมีสติไม่ดี
    ฉันเป็นคนบ้า ไม่ใช่คนไม่ดี
    ฉันสติไม่ดี ฉันเป็นคนบ้า........"

  3. #3

  4. #4
    Registered User zonbank's Avatar
    วันที่สมัคร
    Aug 2011
    สถานที่
    กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา
    ข้อความ
    176
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Drunken_Writer อ่านข้อความ
    เดาว่าในสมัย ล้นเกล้ารัชกาลที่สี่
    สมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มา ใช้รถม้าเปนพาหนะสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์
    ยอดที่เห็นกำลังสรา้งหรือซ่อมแซมด้านซ้ายคือ ยอดพระศรีรัตนเจดีย์
    ตรงกลางคือ ยอดพระมหามณฑป สรา้งสมัยรัชกาลที่หนึ่ง
    ทางด้านขวา คือ ยอดพุทธปรางคปราสาท(ต่อมาในสมัยรัชกาลที่หก เปลี่ยนชื่อเปน ปราสาทพระเทพบิดร)
    อาคารที่เห็นด้านหน้า คือพระอุโบสถ
    หมู่พระที่นั่งที่มีหอนาฬิกา น่าจะเปน หมู่อภิเนาวนิเวศน์ ซึ่งถูกรื้อลง
    เพื่อสร้างพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ห้าต่อมาคือ พระที่นั่งบรมพิมาน เพื่อให้พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร เต้าฟ้ามหาวชิราวุธทรงประทัล
    ใกล้เคียงมากครับพี่ อิอิ....
    ภาพนี้ถูกถ่ายขึ้นในสมัย ร.๔ ครับ โดยช่างภาพที่ชื่อว่า ฟรานซิส จิตร (หลวงอัคนีนฤมิตร)
    แต่ไม่ได้ใช้กล้องฟิล์มถ่าย...
    วันนี้ผมไปงานทำบุญรวมญาติ ได้สนทนากับ ม.ร.ว. จักรรถ จิตรพงศ์
    ท่านอธิบายให้ผมฟังว่า ช่างภาพ ฟรานซิส จิตร ถ่ายภาพนี้ด้วยกล้องที่เรียกว่า plate camera ครับ
    ท่านนำภาพมาขยายใหญ่แล้วดูว่าระยะชัดลึกมันชัดมากๆ เลยสันนิฐานว่าต้องถ่ายด้วยค่า f ที่สูงมากๆ
    แล้วชัตเตอร์ต้องเปิดค้างไว้นานมากกว่าครึ่งชั่วโมง ดูได้จากใบไม้ที่ค่อนค่างเบลอตอนนำภาพมาขยาย

    ตอนแรกผมก็คิดเหมือนพี่ แต่ท่านบอกผมว่า ไม่มีคนสักคนเดียวน๊ะดูให้ดี.. เลยจนด้วยเกล้า 555
    ท่านเลยเฉลยให้ผมฟังครับ ผมเองลืมนึกถึงข้อนี้เพราะเห็นว่าถ่ายตอนกลางวัน
    ท่านเลยอธิบายการทำงานของ plate cam ให้ผมฟังอีก เลย อ๋อ.. ครับ
    "A man does what he can until his destiny is revealed."

  5. #5
    สรุปว่าถ่ายตอนกลางคืน??? ชิมิ
    และถ่ายด้วยฟิล์มกระจกด้วย ชิมิ
    ถ้าให้เดาต่อ... น่าจะถ่ายจากข้างบนหอกลองหน้าสวนเจ้าเชตน์
    "......ฉันเป็นคนบ้า เพราะว่าสติไม่ดี
    ไม่ใช่คนไม่ดี ฉันมีสติไม่ดี
    ฉันเป็นคนบ้า ไม่ใช่คนไม่ดี
    ฉันสติไม่ดี ฉันเป็นคนบ้า........"

  6. #6
    Registered User zonbank's Avatar
    วันที่สมัคร
    Aug 2011
    สถานที่
    กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา
    ข้อความ
    176
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Drunken_Writer อ่านข้อความ
    สรุปว่าถ่ายตอนกลางคืน??? ชิมิ
    และถ่ายด้วยฟิล์มกระจกด้วย ชิมิ
    ถ้าให้เดาต่อ... น่าจะถ่ายจากข้างบนหอกลองหน้าสวนเจ้าเชตน์
    ท่านคาดว่าช่วงเช้าๆครับพี่ เพราะแสงอยู่ต่ำและมาจากทางทิศตะวันออก
    และใช่ครับ ฟิล์มกระจก
    แต่ถ่ายจากที่ไหนนั้นผมก็ไม่ได้ถามครับ ลืม555
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zonbank : 19-04-14 เมื่อ 11:20 PM
    "A man does what he can until his destiny is revealed."

  7. #7
    Bangkok mean time เวลามาตรฐานชาติแรกของโลก ณ พระที่นั่งภูวดลทัศไนย



    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ทีมีพระอัจฉริยภาพในด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งซึ่งทำให้เราชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ นั่นก็คือ การที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวของสยามที่สามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ที่ตำบลหว้ากอ ได้อย่างแม่นยำเร็วกว่านักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสถึง 2 วินาที

    แต่พระราชกรณียกิจอีกอย่างหนึ่งของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแก่ประเทศของเรา แต่คนไทยอีกหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ ก็คือ การที่ทรงสถาปนาเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศสยาม หรือที่เราเรียกกันว่า Bangkok mean time ก่อนชาติใดๆ ในโลก

    ปี พ.ศ. 2395 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) เป็นแม่กองก่อสร้างพระราชมณเฑียรที่ประทับขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ณ บริเวณสวนขวา แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จท่านสมเด็จเจ้าพระยาฯ ก็ถึงแก่พิราลัย จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองก่อสร้างต่อมา โดยมีกรมหมื่นราชสีหวิกรม (พระยศในขณะนั้น) เจ้ากรมช่างสิบหมู่ เป็นนายช่างก่อสร้าง แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2400 พระราชทานนามหมู่พระราชมณเฑียรนั้นว่า “พระอภิเนานิเวศน์” ทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรและขึ้นประทับเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 6 ขึ้น 4 ค่ำ พ.ศ. 2402 (กำลังตรวจสอบปี พ.ศ.)

    พระอภิเนานิเวศน์ ประกอบด้วยพระที่นั่งต่างๆ หลายองค์ องค์หนึ่งคือ “พระที่นั่งภูวดลทัศไนย” ตั้งอยู่ด้านเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม(เดิม) ตรงพุทธนิเวศน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งตึกสูง 5 ชั้น ชั้นบนสุดติดตั้งนาฬิกาขนาดใหญ่ทั้ง 4 ด้าน มีพระราชประสงค์ให้ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวง เพื่อทำหน้าที่บอกและรักษาเวลามาตรฐาน ดังปรากฏในประกาศรัชกาลที่ 4 ฉบับที่ 306, พ.ศ. 2411

    "...จะเป็นเหตุให้เขาหัวเราะเยาะเย้ยได้ว่าเมืองเรา ใช้เครื่องมือนับทุ่มโมง เวลาหยาบคายนักไม่สมควรเลย เพราะเหตุฉะนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพินิจพิจารณาตรวจตราคำนวณความดำเนินพระอาทิตย์ ให้ฤดูทั้งปวงสอบกับนาฬิกา ที่ดีมาหลายปีทรงทราบถ้วนถี่ทุกประการ แจ้งในพระราชหฤทัยแล้ว..."

    และด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ได้ทรงกำหนดให้เส้นแวง 100 องศา 29 ลิปดา 50 ฟิลิปดา ตะวันออก เป็นเส้นแวงหลักผ่านพระที่นั่งภูวดลทัศไนย และได้โปรดฯ ให้มีเจ้าหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน ประจำหอนาฬิกาหลวง ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ไทยชุดแรก คือตำแหน่งพันทิวาทิตย์ มีหน้าที่เทียบเวลากลางวันจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่งพันพินิตจันทรา ทำหน้าที่เทียบเวลากลางคืนจากดวงจันทร์ โดยสังเกตจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่เคลื่อนผ่านเมอริเดียนของสถานที่สังเกตการณ์ของบุคคลทั้งสอง ซึ่งก็คือ พระที่นั่งภูวดลทัศไนย และจากการที่ทรงได้สังเกตดวงอาทิตย์บนท้องฟ้ามานานหลายปี ทรงพบว่าการขึ้น ตก และแนวการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ในเดือนต่างๆ นั้น แตกต่างกัน ที่หอนาฬิกาหลวงจึงมีการคำนวณทางดาราศาสตร์เป็นรายวันทุกๆ วัน เพื่อตั้งปรับเวลาที่หอนาฬิกาหลวงตามที่ได้คำนวณไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เป็นเวลามาตรฐานกรุงเทพปานกลาง หรือที่เรียกว่า Bangkok mean time ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าที่กรีนิช 6 ชั่วโมง 42 นาที ดังนั้นประเทศไทยของเราจึงมีเวลามาตรฐานเป็นของตัวเองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 และได้มีการออกพระราชกำหนดเรื่องนาฬิกา ในปี พ.ศ. 2411 อันเป็นปีสุดท้ายแห่งรัชกาล จึงนับได้ว่าประเทศไทยมีเวลามาตรฐานอย่างถูกต้องตามหลักดาราศาสตร์เป็นชนชาติแรกของโลก เพราะ ณ เวลานั้นแม้แต่หอดูดาว ที่ตำบลกรีนิช ประเทศอังกฤษก็ยังไม่มีการกำหนดเวลามาตรฐาน รัฐสภาอังกฤษเพิ่งจะมีการออกพระราชบัญญัติเวลามาตรฐานเมื่อปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423) และในปี ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2427) นักดาราศาสตร์จึงได้ตกลงกันกำหนดเส้นแวงที่ผ่านเมืองกรีนิชเป็นเส้น 0 องศา เพื่อใช้เทียบเวลาโลก

    นอกจากหอนาฬิกาหลวงที่พระที่นั่งภูวดลทัศไนยแล้ว ยังปรากฏหลักฐานว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนราชสีหวิกรมทรงออกแบบสร้างหอนาฬิกา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมุขเด็จพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในปัจจุบัน เชื่อกันว่ามีพระราชประสงค์จะให้ชาวเรือขึ้นล่องแม่น้ำเจ้าพระยามองเห็น และเทียบเวลาเดินเรือได้สะดวก สำหรับพระที่นั่งภูวดลทัศไนยนั้นได้ถูกรื้อลงในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อสร้างทิมดาบใหม่

    ภายหลังในปี พ.ศ. 2462 ได้มีการประชุมสภาสากลอุทกนิยม ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อแบ่งภาคเวลา โดยกำหนดให้ตำบลกรีนิช เป็นจุดแรกของการกำเนิดเวลา ประเทศไทยจึงได้มีการกำหนดเวลามาตรฐานใหม่ จากเส้นแวงที่ 100 ตะวันออก ซึ่งพาดผ่านพระบรมมหาราชวัง มาเป็นเส้นแวงที่ 105 องศาตะวันออก จังหวัดอุบลราชธานี โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้ใช้อัตราเวลาทั่วราชอาณาจักรไทย เป็น 7 ชั่วโมงก่อนเวลาที่ตำบลกรีนิช กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2463 นับตั้งแต่นั้นมา

    ขอบคุณที่มาwww.geocities.com/roy_bilan222/story_8.htm

    ปล.๑ ข้อมูลจาก http://iseehistory.socita.com/index....e&Id=538711035

    ปล.๒ รัตนโกสินทร์ มี "ทร์" ...นะพ่อนะ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
  • BB code is ใช้ได้
  • Smilies are ใช้ได้
  • [IMG] code is ใช้ได้
  • [VIDEO] code is ใช้ได้
  • HTML code is ใช้ได้