ชื่อกระทู้: วานผู้รู้เรื่อง Stabilizer ของคันธนู Recurve

  1. #1

    วานผู้รู้เรื่อง Stabilizer ของคันธนู Recurve

    ผมอยากถามว่ามันควรจะใช้ตอนเราถือ นน. ปอนด์เท่าไหร่ หรือใช้ได้ตั้งแต่ปอนด์เบาตอนนี้ผมใช้ธนู24ปอนด์อยู่ครับ ถ้าไปสนามครั้งหน้าก้อจะขยับเป็น 30ปอนด์ สแตป ยี่ห้อต่างๆต่างกันยังไง ช่วยไขข้อสงสัยด้วยครับ ปล.ที่ผมถามในกระทู้เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับมือใหม่ไฟแรงๆหลายๆท่านในเวปบอร์ดนี้อะครับ

  2. #2
    Soft - Tapered - Butted - Stiff

    อ่อน--------------------------แข็ง

    ปอนด์เบา--------------------ปอนด์หนัก

    นุ่ม----------------------------สะใจ

    ถูก----------------------------แพง


    ทิ้งไว้แค่นี้ก่อน ว่างๆจะมาโม้ใหม่
    โรงเรียนสอนกีฬายิงธนู "ArcheryThai Archery School"
    เรียนรู้จริง จากประสบการณ์จริง ผลงานจริง ตรวจสอบได้

    วางแผนและควบคุมการสอนโดยอดีตนักกีฬายิงธนูทีมชาติ,
    แชมป์ประเทศไทยหลายสมัยและทีมงานชั้นนำของวงการยิงธนูไทย

    tel. 081-256-2671 (เที่ยงวัน - สี่ทุ่ม)


    ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับกีฬายิงธนูทั้งในและต่างประเทศได้ที่
    >>--------->www.facebook.com/ArcherySchool<---------<<

    >>-----> Website
    >>-----> facebook.com/ArcherySchool

  3. #3
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ HELLBOY อ่านข้อความ
    Soft - Tapered - Butted - Stiff

    อ่อน--------------------------แข็ง

    ปอนด์เบา--------------------ปอนด์หนัก

    นุ่ม----------------------------สะใจ

    ถูก----------------------------แพง


    ทิ้งไว้แค่นี้ก่อน ว่างๆจะมาโม้ใหม่
    ตอบแบบนี้ ว่าจะถามต่อ เลยถามต่อไปไม่เป็นเลยครับ

    ผมใช้ตัว SF Premium 24ปอนด์ จะใช้ Stabilizer ยังไงดีอ่ะครับ

  4. #4

    Talking

    ในขณะที่เราน้าวสายธนู คุณรู้สึกอย่างไรบ้างกับแขนที่ถือคัน
    คุณลองจิตนาการความรู้สึกที่แตกต่างระหว่าง คันธนูเปล่า กับ คันที่มีอุปกรณ์เสริม ได้หรือไม่ อย่างไร จิตนาการถึงเหตุผล แล้วทดลองเพื่อตอบปัญหาต่างๆ(เข้าสู่ขบวนการเสียเงิน) ถ้าคุณสามารถทำได้ดี คุณก็สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ได้เองสบายๆ
    ในกรณีคุณยังไม่มีประสพการณ์ ผมเองก็เรียนแบบงูๆ ปลาๆ ก็ขอแนะนำไปตามมีตามเกิดล่ะกัน

    ในขณะที่น้าวสายธนูอยู่ในท่าเตรียมยิง
    ในกรณีคันเปล่าๆ นอกจากแขนซ้ายต้องออกแรงต้านแรงดึงแล้ว ยังต้องออกแรงกดด้วย(เพราะแขนขวาดึงสายทำให้เกิดแรงยกแขนซ้าย)ทำให้ ต้องใช้กล้ามเนื้อทำงานหลายส่วน ส่งผลให้การเล็งควบคุมได้ยาก เกิดการล้าได้ง่าย ไหล่ซ้ายยกตัวได้ง่ายด้วย
    ในกรณีคันที่มีก้านยาวถ่วงน้ำหนัก(Stabilizer)ถ้าถ่วงน้ำหนักได้อย่างพอดี แขนซ้ายก็ไม่ต้องออกแรงยกหรือแรงกด โดยทำหน้าที่ยันคันธนูเพียงอย่างเดียว ทำให้กล้างเนื้อทำงานเฉพาะที่จำเป็น(ในการยันคันก็ต้องฝีกใช้กล้ามเนื้อด้วยไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการไหล่ห่อ(ไหล่ยกตัว) นอกจากยิงได้ไม่ดีแล้วยังมีผลเสียต่อข้อต่อกระูดูกด้วย)
    *** สำหรับตัวผมเองจะถ่วงให้ปลายหนักกว่าสมดุลย์นิดหนึ่ง เพื่อให้แขนซ้ายออกแรงยกเพียงเล็กน้อย แต่ในขณะเร่งกล้ามเนื้อหลังหรือเพิ่มแรงดึง แขนซ้ายจะเกิดอาการผ่อนแรงเองโดยธรรมชาติ
    1.ความแข็งของก้าน stabilizer Side-rod Extender นั้นมีความสำคัญมาก( ยิ่งแข็ง ยิ่งเบา ยิ่งดี)
    2.การเพิ่มยางเสริมที่ปลายก็มีความสำคัญมาก ส่งผลต่อ วิถีการวิ่งของลูกธนู การดูดกลืนแรงสั่นสะเทือน
    เรื่องของ Side rod ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ เพราะไม่ใช่คำถามของกระทู้นี้

  5. #5
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ SMT อ่านข้อความ
    ในขณะที่เราน้าวสายธนู คุณรู้สึกอย่างไรบ้างกับแขนที่ถือคัน
    คุณลองจิตนาการความรู้สึกที่แตกต่างระหว่าง คันธนูเปล่า กับ คันที่มีอุปกรณ์เสริม ได้หรือไม่ อย่างไร จิตนาการถึงเหตุผล แล้วทดลองเพื่อตอบปัญหาต่างๆ(เข้าสู่ขบวนการเสียเงิน) ถ้าคุณสามารถทำได้ดี คุณก็สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ได้เองสบายๆ
    ในกรณีคุณยังไม่มีประสพการณ์ ผมเองก็เรียนแบบงูๆ ปลาๆ ก็ขอแนะนำไปตามมีตามเกิดล่ะกัน

    ในขณะที่น้าวสายธนูอยู่ในท่าเตรียมยิง
    ในกรณีคันเปล่าๆ นอกจากแขนซ้ายต้องออกแรงต้านแรงดึงแล้ว ยังต้องออกแรงกดด้วย(เพราะแขนขวาดึงสายทำให้เกิดแรงยกแขนซ้าย)ทำให้ ต้องใช้กล้ามเนื้อทำงานหลายส่วน ส่งผลให้การเล็งควบคุมได้ยาก เกิดการล้าได้ง่าย ไหล่ซ้ายยกตัวได้ง่ายด้วย
    ในกรณีคันที่มีก้านยาวถ่วงน้ำหนัก(Stabilizer)ถ้าถ่วงน้ำหนักได้อย่างพอดี แขนซ้ายก็ไม่ต้องออกแรงยกหรือแรงกด โดยทำหน้าที่ยันคันธนูเพียงอย่างเดียว ทำให้กล้างเนื้อทำงานเฉพาะที่จำเป็น(ในการยันคันก็ต้องฝีกใช้กล้ามเนื้อด้วยไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการไหล่ห่อ(ไหล่ยกตัว) นอกจากยิงได้ไม่ดีแล้วยังมีผลเสียต่อข้อต่อกระูดูกด้วย)
    *** สำหรับตัวผมเองจะถ่วงให้ปลายหนักกว่าสมดุลย์นิดหนึ่ง เพื่อให้แขนซ้ายออกแรงยกเพียงเล็กน้อย แต่ในขณะเร่งกล้ามเนื้อหลังหรือเพิ่มแรงดึง แขนซ้ายจะเกิดอาการผ่อนแรงเองโดยธรรมชาติ
    1.ความแข็งของก้าน stabilizer Side-rod Extender นั้นมีความสำคัญมาก( ยิ่งแข็ง ยิ่งเบา ยิ่งดี)
    2.การเพิ่มยางเสริมที่ปลายก็มีความสำคัญมาก ส่งผลต่อ วิถีการวิ่งของลูกธนู การดูดกลืนแรงสั่นสะเทือน
    เรื่องของ Side rod ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ เพราะไม่ใช่คำถามของกระทู้นี้
    ผมขอทราบรายละเอียดเรื่อง Side rod ด้วยก็แล้วกันครับ เผื่อคนที่จะเลือกซื้อจาได้เข้ามาทำความเข้าใจด้วยอะครับ

    ตอนนี้ผมยิงคันธนูโดยไม่มี ชุด Stabilizer ตอนยิงแขนซ้ายจะสั่นอยู่เลยครับ บางทีก็ยังเล็งไม่นิ่ง
    เวลาปล่อยลูกออกไป ความรู้สึกเหมือนคันธนูจะตกก่อนลูกออกนะครับ คันธนูสั่นเอาเรื่องอยู่เหมื่อนกัน
    ไม่รู้เป็นเพราะว่า แขนซ้ายล้า ในขณะที่ยิง ด้วยหรือปล่าว
    ผมซ้อมยิง ครั้งนึงก็ราวๆ 2 ชม. อะครับ

  6. #6
    ตอนนี้ผมยิงคันธนูโดยไม่มี ชุด Stabilizer ตอนยิงแขนซ้ายจะสั่นอยู่เลยครับ บางทีก็ยังเล็งไม่นิ่ง
    ---- วิธีแก้ ---- ให้ฝึกยันแขนซ้ายกับพื้นโดยให้ลำตัวตะแคงตั้งฉาก และ ขนานกับพื้น อาจจะเริ่มต้นโดยนั่งเก้าอี้ แล้วเอียงตัวใช้มือซ้ายยันกับพื้น พอคุ้นเคยดีแล้วก็เอาเก้าอี้ออก พยายากฝึกให้เกิดอาการสั่นเหลือน้อยที่สุด ถ้าทนได้ถึง 30 วิ โดยไม่สั่น ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
    แต่สิ่งที่สำคัญคือ การวางแนวหัวไหล่ และ แนวพับข้อศอก
    แนวพับข้อศอก พยายามฝึกให้แนวพับข้อศอกอยู่ในแนวตั้ง เพราะถ้าแนวพับข้อศอกทำมุมเอียง อาจเกิดสายดีแขนได้ โดยเฉพาะคนที่เหยียดแขนแล้วไม่ตรง ฝึกการวางแนวพับข้อศอกโดยยกแขนขนานกับพื้นแล้วพับแขนให้มือมาจบที่หน้าอก แล้วกางออกไปใหม่ เท่านี้ ข้อศอกก็อยู่ในแนวตั้งแล้ว จดจำความรู้สึกนั้นไว้
    การวางแนวหัวไหล่ ทำได้โดยการยกแขนถึงตั้งตรงเหนือศีษระ แล้วลดแขนลงมาแบบผ่อนคลายจนขนานกับพื้น ปกติ ท่านี้จะให้ตำแหน่งไหล่ที่ดี ลองเทียบการวางแขนลงขนานทาบกับลำตัวแล้วยกแขนขึ้นขนานกับพื้นสังเกตดู มักจะมีอาการไหล่ยกร่วมด้วย(ควรหลีกเลี่ยงอาการไหล่ยกอย่างยิ่ง)
    สรุป 2 ท่านี้ไปพร้อมๆกัน คือ ยกแขนขึ้นแล้วลดแขนลง แล้วพับข้อศอกเข้ามาโดยให้ฝ่ามือคว่ำมาแตะหน้าอกแล้วกางออกไป จดจำท่านี้ไว้ให้ได้

    เวลาปล่อยลูกออกไป ความรู้สึกเหมือนคันธนูจะตกก่อนลูกออกนะครับ คันธนูสั่นเอาเรื่องอยู่เหมื่อนกัน
    แสดงว่าไหล่คุณมีการยกไม่มากหรือไม่มีเลย ถือว่าอาการนี้ ดีครับ หรือผมอาจคาดเดาผิดก็ไม่รู้ เพราะอาการไหล่ยกมักเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติเพื่อลดแรงฝืนโดยตัวมันเอง เพื่อให้แนวแรงดึงนั้นผ่านหัวไหล่เพื่อไม่ต้องออกแรงกดมาก ถ้าไม่ยกไหล่แนวแรงดึงจะอยู่เหนือหัวไหล่ ทำให้แขนต้องออกแรงกด ทำให้เวลาปล่อยลุกธนู ดันธนูจะตกเร็วกว่าปกติ เพราะแรงแขนซ้ายออกแรงกดอยู่(เกิดการเหวี่ยงคัน) ทำให้ยิงพลาดได้ง่าย ดังนั้น คุณควรหา stabilizer มาใส่ได้แล้วครับ ไม่จำเป็นต้องซื้อแพงก็ได้ เอาถูกสุดก็ได้ Cartel Carbon(900.-) หรือจะใช้ Win & Win HMC (2200.-)(ผมใช้ตัวนี้อยู่ ก็อยากได้ตัวที่ดีกว่าแต่ไม่มีตัง ฮ่าๆๆ แต่ถ้าซื้อแล้วยิงไม่หลุด 10 ผมซื้อ) สำหรับชุดถ่วงถ้าอยากประหยัดก็ลองทำเองก็ได้ไม่น่าจะยากมาก

    ผมขอทราบรายละเอียดเรื่อง Side rod ด้วยก็แล้วกันครับ เผื่อคนที่จะเลือกซื้อจาได้เข้ามาทำความเข้าใจด้วยอะครับ
    รอให้คุณชินกับ stabilizer ก่อนดีกว่า ยังไม่แนะนำให้ซื้อครับ เพราะการเพิ่มอุปกรณ์คือการเพิ่มตัวแปรเข้าไปในระบบ อาจดีหรือแย่ลงก็ได้
    Side rod ช่วยในเรื่องแก้การดีดตัวของลิ้มที่ไม่มีคุณภาพ และ แรงสะเทือน และ ความสมดุลย์ของการยิง ด้วยครับ
    เรื่องนี้เริ่มละเอียดมากขึ้น รู้สึกไม่สะดวกในการตอบครับ คงต้องคุยกันยาวแน่ๆ เพราะกล่าวถึงส่วนประกอบอื่นร่วมด้วยทั้งคัน ลูกธนู ศูนย์เล็ง
    เอาไว้คุยตอนเจอกันในสนามล่ะกันครับ

    *** เรื่องการแก้แรงสะิเทือน ผมถือว่าเป็นผลพลอยได้ ในการถ่วงน้ำหนักสำหรับผม มีทั้งการถ่วงแบบทำงานเฉพาะตอนเล็ง และแบบทำงานตลอดเวลา ร่วมกันครับ( Statics & dynamics )
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย SMT : 16-08-12 เมื่อ 09:59 PM

  7. #7
    จะบอกว่าตอนนี้ผมยังทำเข้าใจได้ไม่หมดแต่เคยอ่านเวปของ Hoyt ว่าสแตปนั้นช่วยลดอาการเป้าสั่นไหวด้วย(ไม่รู้จริงหรือเปล่า) แต่อาการของผมกลับตรงกันข้ามกับคุณ secsoftly ของผมมีอาการตอนปล่อยสายแล้วคันธนูเชิดขึ้นทั้งๆที่มือจับค่อนข้างจะเป็นแบบ Hard grip ลองแบบ low grip ก็ยังเป็นรวมถึงยังมีอาการเสียบแปล๊บๆที่ข้อพับด้านที่ใช้เหนี่ยวสาย(ทั้งๆที่กล้ามเนื้อสะบักเป็นตัวรับภาระในการดึงสาย(ให้แฟนจับลักษณะกล้ามเนื้อที่แข็งตัว))แต่วันนึงผมใช้กล้ามเนื้อหนักมากทั้งเล่นดัมเบล ดึงยางยืด และยิงธนูไม่ต่ำกว่า 150+ดอก ลืมอีกอย่างตอนผมดึงสายธนูแล้วศูนย์เล็งต่ำกว่าเป้าด้วยไม่แน่ว่าผมวางเป้าที่บ้านสูงไปหรือเปล่า ถามเยอะทีเดียวเชียว

  8. #8
    ขอบคุณมากๆ ครับ

    ได้ความรู้เยอะเลย ครับ
    ผมจะพยามฝึกแบบยิงให้นิ่งครับ
    และฝึกท่าพื้นฐานที่คุณได้กล่าวข้างต้นมาด้วยครับ


    (แต่ตอนนี้ต้องนวดแขนซ้ายก่อนๆ เคล็ดไปหมดแล้ว )

  9. #9
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ HELLBOY อ่านข้อความ
    Soft - Tapered - Butted - Stiff

    อ่อน--------------------------แข็ง

    ปอนด์เบา--------------------ปอนด์หนัก

    นุ่ม----------------------------สะใจ

    ถูก----------------------------แพง


    ทิ้งไว้แค่นี้ก่อน ว่างๆจะมาโม้ใหม่
    ไหนๆครูต้นมาแล้ว ขอถามครูต้นด้วยคนเลยนะครับ

    ผมไปอ่าน คห. จากใน ArcheryTalk เกี่ยวกับการ Damping แล้วก็ Torque flight compensating ใน Stabilizer
    ขาประจำในนั้นเค้าอธิบายว่า

    ถ้าใช้ก้านถ่วงที่อ่อนและซับแรงกระแทกได้เยอะๆ หรือติดแดมเปอร์... ก็จะสูญเสียเรื่องการต้านแรงบิดที่่ไม่พึงประสงค์ไป
    แต่ถ้าใช้ก้านที่แข็งมากๆ หรือไม่ติดแดมเปอร์เลย... แรงบิดช่วง During-shot จะกระทำต่อคันกับวิถีลูกน้อยลง.. แต่จะไม่มีการซับแรงสั่นอะไรเลย

    แล้วก็มีแนะนำมาว่า (เค้าเคลมว่าได้รับคำแนะนำจากโค๊ชท่านนึง) ควรทำ Long rod ให้เป็น damping แล้วให้ Side rod ให้เป็น Torque flight
    อันนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ
    ----------
    จนตอนนี้ผมเข้าใจไปแล้วว่าหน้าที่ของ side rod ที่ได้ผลจริงๆ คือเอามาแก้ torque flight กับถ่วง balance ของคัน... มากกว่าติดแก้คันเอียง
    อันนี้ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Talentino : 16-08-12 เมื่อ 11:38 PM

  10. #10
    ว่าแต่คุณ SMT คือใครครับผมจะได้ตามไปถามถึงตัวถูกคนพรุ่งนี้ผมน่าจะไปหลังจากที่เป็นหวัดงอมแงมมา 4 วัน จะไปถอยสแตปถูกๆมาลองซักอันแล้วจะเอาริสคำถามไปถามด้วย ล้อเล่นนะงับ(แอบเป็นคนใจร้อนนิดส์นึง)

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
  • BB code is ใช้ได้
  • Smilies are ใช้ได้
  • [IMG] code is ใช้ได้
  • [VIDEO] code is ใช้ได้
  • HTML code is ใช้ได้